KULC BLOG
KULC Blog : สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
10 อันดับหนังสือขายดีตลอดปี

ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ประกาศ “ทศวรรษแห่งการอ่าน” รณรงค์ให้คนหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้นแม้วันนี้คนไทยจะยังอ่านหนังสือกันไม่มากนัก แต่ก็ต้องถือว่าดีกว่าในอดีตมาก สังเกตได้จากยอดขายหนังสือของหลายสำนักพิมพ์ที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
          ในรอบปีที่ผ่านมา “บางกอกบิสิเนส” ติดตามค่าเฉลี่ยหนังสือที่ขายดีตลอดปีและจัดอันดับหนังสือขายดี ดังนี้
          อันดับ 1 คงต้องยกให้หนังสือที่ชื่อว่า สแกนกรรม” ซึ่งติดอันดับ 1 ในร้านหนังสือชั้นนำนานติดต่อกันหลายเดือน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทายกรรมในอดีตของบุคคลทั่วไป ว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้มียอดขายมากกว่า 1 แสนเล่ม
          อันดับ 2 “เข็มทิศชีวิต” ทั้งภาค 1 และ ภาค 2 ซึ่งเขียนโดย “ฐิตินาถ ณ พัทลุง” พาประสบการณ์ข้ามผ่านปัญหาอุปสรรคไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดของชีวิต
          อันดับ 3 “เบิกบุญให้พ้นวิบากกรรม” อีกหนึ่งในหนังสือหมวดธรรมะ ที่แม้จะไม่ได้ติดอันดับ 1 ยาวนาน แต่ก็ติดอันดับท็อปฮิตตลอดกาล เขียนโดยแม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม
          อันดับ 4 “ผู้หญิงร้ายผู้ชายรัก” เรียกว่าแรงตั้งแต่วันแรกที่วางแผง เพราะแปลโดย “กาละแมร์” ซึ่งมีแฟนคลับเป็นกอบเป็นกำ
          อันดับ 5 “มองลึก นึกไกล ใจกว้าง” ที่แม้จะไม่ได้ขึ้นถึงอันดับ 1 แต่ก็ขายได้ดีต่อเนื่องเสมอต้นเสมอปลาย เขียนโดย ว.วชิรเมธี วางแผงมาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ยังคงติดอันดับหนังสือขายดี
          อันดับ 6 ทราบว่าพิมพ์ไปแล้วห้าหมื่นเล่มนั่นก็คือ “ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด” ซึ่งเป็นเรื่องราวประวัติของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เขียนโดย อัญมณี และด้วยกระแสฟีเวอร์ดังกล่าวทำให้มีคนเขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติหลวงปู่เณรคำออกมาอีกหลายเวอร์ชั่น
          อันดับ 7 “กินมะรุม ลืมมะเร็ง” พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจจนทำให้มีหนังสือแนวสมุนไพรตามกันออกมาอีกหลายเล่ม
          อันดับ 8 เป็นหนังสือหมวดสุขภาพคือ “ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น” แนวทาง ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เพื่อให้ชีวิตมีสุข ปราศจากโรคภัย เขียนโดย นายแพทย์วีระชัยวาสิกดิลก
          อันดับ 9 ขอยกให้ “ชกข้ามรุ่น” เขียนโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ได้กระแสหนุนของกลุ่มคนเสื้อแดง จนแซงโค้งขึ้นมารั้งอันดับ 1 อยู่นานนับเดือน
          อันดับ 10 “ลับ ลวง พราง” ซึ่งได้กระแสความนิยมจากภาค 1 ทำให้ยังคงมีคนติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ 12 มกราคม 2553

Comments are closed.