KULC BLOG
KULC Blog : สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
การวิเคราะห์สารสนเทศงานวิจัย : โครงการรับจำนำข้าวเปลือก

การวิเคราะห์สารสนเทศงานวิจัย : โครงการรับจำนำข้าวเปลือก

เพื่อนแก้ว ทองอำไพ[1]

                   โครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นการใช้มาตรการของรัฐเพื่อยกระดับราคาข้าวเปลือกที่ระดับไร่นา เนื่องจากในช่วงเวลาเก็บเกี่ยวอันเป็นผลมาจากอุปทานผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ประกอบกับเกษตรกรขาดแคลนเงินทุนในการเพาะปลูกในรอบถัดไปจึงจำเป็นต้องเร่งขายข้าวในทันทีหลังการเก็บเกี่ยวเป็นผลให้ระดับราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างมาก รัฐต้องเข้าแทรกแซงกลไกราคาในตลาดข้าวเปลือกเพื่อยกระดับราคาให้สูงขึ้น ด้วยโครงการจำนำข้าวเปลือกกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และเมื่อราคาในท้องตลาดอยู่ในระดับที่น่าพอใจเกษตรกรสามารถไถ่ถอนข้าวที่จำนำไว้ออกขายได้

เดิมการแทรกแซงกลไกตลาดข้าวของรัฐได้ให้ความสนใจกับตลาดข้าวสารส่งออก และตลาดข้าวสารในประเทศโดยกำหนดอัตราค่าพรีเมียม ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ส่งออกข้าวในทุกๆตันข้าวที่ส่งออก การกำหนดโควตาการส่งออก และการกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องนำส่งข้าวสำรองให้กับรัฐรับซื้อไว้ในราคาที่ต่ำกว่าระดับราคาตลาด เพื่อเป็นการรักษาระดับราคาข้าวในประเทศให้อยู่ต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแต่อย่างใดเพราะเกษตรกรจะถูกกดราคารับซื้อข้าวเปลือกเพื่อให้ผู้ส่งออกมีเงินเหลือส่งให้กับรัฐเป็นค่าพรีเมียม

ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อทำหน้าที่เป็นตลาดกลางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรได้นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนเป็นการสร้างอำนาจการต่อรองให้เกษตรกร และยังช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร โดยการเข้ารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรแต่เนื่องจากรัฐบาลมีปัญหาด้านงบประมาณและหน่วยงานรัฐประสบภาวะการขาดทุน จึงได้ยุติโครงการพยุงราคาข้าวลงเมื่อปี 2525/2526 และหันมาผลักดันโครงการรับจำนำข้าวแทน

เดิมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเริ่มที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นโครงการภายในเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับเกษตรกรที่เดือดร้อนเงินในช่วงเก็บเกี่ยว โดยให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาจำนำกับ ธ.ก.ส. เกษตรกรจะได้รับเงินกู้ยืมร้อยละ 80 ของมูลค่าข้าว โดยมีวงเงินจำนำไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และสามารถไถ่ถอนคืนได้ก่อนกำหนดพร้อมจ่ายอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 13 และหากไม่มาไถ่ถอนตามเวลาข้าวเปลือกจะตกเป็นขององค์การคลังสินค้าเพื่อจำหน่ายต่อไป โดยในปีการผลิต 2525/2526 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 69 ราย ต่อมาเมื่อมีการปรับปรุงเงื่อนไข เช่น ลดอัตราดอกเบี้ยที่เกษตรกรต้องจ่าย ทำให้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น คือในปีการผลิต 2527/2528 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 12,547 ราย

ในช่วงปี 2529-2538 โครงการรับจำนำข้าวเปลือกส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการผ่อนปรนมาตรการต่างๆของโครงการ เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยที่เกษตรกรต้องจ่ายจากร้อยละ 13 เป็นร้อยละ 3 การเพิ่มจำนวนเงินสินเชื่อจากร้ายละ 80 เป็นร้อยละ 90 พร้อมกับปัจจัยต่างๆ เช่น การส่งออกข้าวขยายตัวเพราะความต้องการจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีรายได้สูงกว่าเกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้เพราะหลังฤดูเก็บเกี่ยวสามารถขายข้าวได้ในราคาที่เพิ่มขึ้น

ต่อมาในช่วงปี 2539-2548 เกษตรกรได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตข้าวด้วยการใช้ข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงทำให้ปลูกข้าวได้มากกว่าหนึ่งครั้งในรอบปี ส่งผลให้มีปริมาณข้าวเปลือกออกสู่ท้องตลาดเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาข้าวเปลือกมีแนวโน้มลดลง รัฐบาลจึงได้ปรับขยายวงเงินสินเชื่อจากร้อยละ 90 เป็น 95 และเพิ่มเป็นร้อยละ 100 ของมูลค่าข้าว ในปี 2543/2544 รวมทั้งได้ออกมาตรการต่างๆเสริม แต่กลับพบว่าสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกกลับทรุดต่ำลงกว่าเดิม ในปี 2544 รัฐบาลพรรคไทยรักไทยได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับจำนำข้าวใหม่โดยให้ ธ.ก.ส. และ อสค. เป็นผู้รับจำนำ และให้ อสค. เป็นผู้ออกใบประทวนเพื่อให้ชาวนานำไปรับเงินจาก ธ.ก.ส. ขยายวงเงินัรบจำนำข้าวจากรายละ 100,000 บาท เป็น 350,000 บาท เพิ่มปริมาณเป้าหมายการรับจำนำจาก 2.5 ล้านตัน เป็น 8.7 ล้านตัน และ 9 ล้านตันในปีการผลิต 2545/2546 และดึงโรงสีเข้ามาเป็นกลไกที่สำคัญในกระบวนการรับจำนำข้าวเปลือก ในช่วงปีการผลิต 2546/2547 และ 2547/2548 รัฐบาลได้ปรับเพิ่มราคารับจำนำข้าวให้สูงกว่าราคาตลาด โดยยกระดับราคาข้าวหอมมะลิสูงขึ้นจากเดิมตันละ 3,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ข้าวหอมจังหวัดปรับราคาสูงขึ้นตันละ 2,000 บาทหรือร้อยละ 35 ข้าวเจ้านาปีปรับราคาเพิ่มขึ้นตันละ 1,240-1,440 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดข้าว การปรับเพิ่มราคาจำนำเป็นผลให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกที่ผลิตได้มาเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึง 9.5 ล้านตันในปีการผลิต 2548/2549 ในขณะที่มูลค่าการรับจำนำเพิ่มจาก 12,429 ล้านบาทในปีการผลิต 2546/2547 เป็น 71,773 ล้านบาทในปีการผลิต 2548/2549 การที่ราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาดทำให้เกษตรกรไม่มาไถ่ถอนคืนและมีข้าวหลุดจำนำตกเป็นของรัฐเป็นจำนวนมาก

การรับจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดส่งผลกระทบต่อช่องทางการตลาดข้าวเปลือกจากเดิมที่เกษตรกรขายข้าวผ่านพ่อค้าในหมู่บ้านและตลาดกลาง เมื่อรัฐบาลกลับมาทำหน้าที่ผู้รับซื้อข้าวเปลือกรายใหญ่ในท้องตลาดจึงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของตลาดกลางข้าวเปลือกทำให้ต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก

ในช่วงปี 2549-2555 รัฐบาลส่วนใหญ่ยังคงดำเนินโครงการรับจำนำข้าวด้วยนโยบายการจำนำข้าวที่ราคาสูงกว่าระดับราคาตลาด ขณะที่ในบางช่วงเวลาราคาข้าวในตลาดโลกยกระดับสูงขึ้น เช่นในปี 2551 อันเนื่องมาจากวิกฤตอาหารและพลังงานโลก ทำให้เกษตรกรเรียกร้องให้มีการจำนำข้าวในระดับราคาตลาด  ส่งผลให้ข้าวบางประเภทมีราคาจำนำเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 97.18 แต่เมื่อวิกฤติกลับสู่ภาวะปกติระดับราคาข้าวในตลาดได้ปรับลดลงกว่าราคาจำนำ นโยบายดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนการแทรกแซงการตลาดโดยรัฐบาล และทำให้รัฐบาลต้องรับภาระการขาดทุนจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อกลไกการตลาดข้าวเปลือก ตลาดส่งออก และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

ตลอดช่วงเวลาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ผ่านมามีงานวิจัยมากมายที่ได้ศึกษาและสะท้อนผลของโครงการในแง่มุมต่างๆ สำหรับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกันโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่มีในสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นพบว่ามีจำนวน 18 รายการ ดังตาราง

ลำดับที่

ปีพิมพ์

ชื่อ

ผู้แต่ง

ผู้แต่งร่วม

วัตถุประสงค์ที่ศึกษา

1

2528

การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจและโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และองค์การคลังสินค้า สารภี พรนิมิตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์ — วิทยานิพนธ์ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการรับจำนำข้าว

2

2531

การวิเคราะห์อุปสงค์เงินกู้จำนำข้าวเปลือก ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ชัยศักดิ์ ไพรัชกุลภักดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร — วิทยานิพนธ์ ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อความต้องการเงินกู้

3

2533

การศึกษาทัศนคติของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ไพโรจน์ โพธิ์พฤกษาวงศ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาพัฒนาสังคม — วิทยานิพนธ์ ทัศนคติของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าว

4

2539

การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2536/37 ชูศรี บัวรักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร — วิทยานิพนธ์ ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณข้าวเปลือกที่จำนำ

5

2548

ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของโรงสีในภาคกลาง ธัญญา เลิศเจริญธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขารัฐศาสตร์ — ปัญหาพิเศษ ระดับการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของโรงสี

6

2548

แนวทางการปรับปรุงกระบวนการรับจำนำข้าวเปลือกผ่านสสหกรณ์การเกษตร ในเขตภาคกลางของประเทศไทย ฉัตรชัย ปะมะโต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ — วิทยานิพนธ์ ปัญหาและอุปสรรคของกระบวการบริหารจัดการโครงการรับจำนำข้าว

7

2548

ผลกระทบของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่มีผลต่อตลาดกลางข้าวเปลือก ของสหกรณ์การเกษตร ในจังหวัดลพบุรี อารย์นุชศรี บังเกิดสุข มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ — วิทยานิพนธ์ ผลกระทบของโครงการรับจำนำข้าวต่อวิถีการตลาดข้าวและตลาดกลาง

8

2550

ความพึงพอใจของเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก กาญจนา เลิศเจริญธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขารัฐศาสตร์ — ปัญหาพิเศษ ระดับความพึงพอใจของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าว

9

2550

การวิเคราะห์ผลของมาตรการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่มีต่อ การเพิ่มรายได้ของเกษตรกร จังหวัดอ่างทอง ทิพา ค้าธัญญะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร — ปัญหาพิเศษ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร

10

2551

การวิเคราะห์ผลตอบแทนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2548/49 นิดา ทองนิตย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร — วิทยานิพนธ์ ปัจจัยและผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับจากการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว

11

2551

ความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2550 ของโรงสีรุ่งเรืองธัญญพร จังหวัดสุพรรณบุรี ดวงพร หรุ่มเรืองวงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาบริหารธุรกิจ — ปัญหาพิเศษ ระดับความพึงพอใจของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าว

12

2551

ความคาดหวังของเกษตรกรที่มีต่อคุณภาพบริการของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกกับบริษัท โรงสีข้าวอุดมธัญญา จำกัด นิติยา แช่มวงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาบริหารธุรกิจ — ปัญหาพิเศษ ความคาดหวังของเกษตรกรต่อคุณภาพการบริการของโครงการรับจำนำข้าว

13

2552

ปัจจัยที่มีผลต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จีรณา อินสว่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาบริหารธุรกิจ — ปัญหาพิเศษ ปัจจัยส่วนผสมทางการตลาดที่มีต่อการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของเกษตรกร

14

2552

ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551 ในพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร นงลักษณ์ อุดมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาส่งเสริมการเกษตร — ปัญหาพิเศษ ลักษณะทางพื้นฐานทางสังคม และทางเศรษฐกิจของเกษตรกร และความคิดเห็นของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าว

15

2553

การประเมินผลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2552 อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ฐิติวรรณ อู่แสงทอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาบริหารธุรกิจ — ปัญหาพิเศษ การประเมินโครงการรับจำนำข้าว ด้านปัญหาสภาพแวดล้อม และระดับความคิดเห็นของเกษตรกรต่อการประเมินปัจจัยเบื้องต้นและกระบวนการ

16

2553

การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน โครงการควบคุมทรัพย์จำนำของวงเงินสินเชื่อกู้จำนำสินค้าในกลุ่มลูกค้าโรงสีข้าวของธนาคารพาณิชย์ ดุสิต สันติทวีฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ — ปัญหาพิเศษ ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนโครงการควบคุมทรัพย์จำนำของวงเงินสินเชื่อกู้จำนำสินค้าในกลุ่มลูกค้าโรงสี

17

2554

การส่งผ่านราคาข้าวหอมมะลิ และผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก วรวรรณ ตั้งถิ่นไท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร — ปัญหาพิเศษ ศึกษาการส่งผ่านราคาข้าวหอมมะลิจากระดับราคาที่เกษตรกรได้รับจนถึงราคาส่งออก และผลกระทบ

18

2556

ความพึงพอใจของเกษตรกรในอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2554/2555 สุจิตรา ดำรงธนสมบัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาบริหารธุรกิจ — ปัญหาพิเศษ ระดับความพึงพอใจของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าว

สารสนเทศงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานข้อมูลของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ที่ศึกษาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำเปลือก มีจำนวน 18 เรื่อง แบ่งเป็นวิทยานิพนธ์ จำนวน 7 รายการ และปัญหาพิเศษ จำนวน 11 รายการ มีการทำวิจัยในเรื่องนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2528 จนถึงปี 2556 โดยมีเนื้อหาโดยย่อดังต่อไปนี้

  1. สารภี พรนิมิต. 2528. การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจและโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และองค์การคลังสินค้า วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยทำการศึกษา 1)ความเคลื่อนไหวของราคาข้าวเปลือกเจ้า ณ ระดับราคาขายส่งในตลาดท้องถิ่นซึ่ง ธ.ก.ส. และ อคส. ดำเนินการรับจำนำ 2) ต้นทุน ผลตอบแทน และผลตอบแทนสุทธิ ที่เกิดกับฝ่ายต่างๆ 3) การสนับสนุนของรัฐบาลแก่ฝ่ายต่างๆ ผลการศึกษาพบว่า ความเคลื่อนไหวของราคาข้าวเปลือกเจ้าอยู่ภายใต้อิทธิพลของฤดูกาลแต่ไม่รุนแรงนัก ส่งผลให้เกษตรกรมีผลตอบแทนไม่คุ้มกับต้นทุนในการจำนำข้าวเปลือก โดยมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลอุดหนุนสถาบันการเงิน ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่าเช่าคลังสินค้า จึงจะทำให้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้ผลตอบแทนกับเกษตรกรได้คุ้มกับต้นทุน
  2. ชัยศักดิ์ ไพรัชกุลภักดี. 2531. การวิเคราะห์อุปสงค์เงินกู้จำนำข้าวเปลือก ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อทราบปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อความต้องการเงินกู้ในแต่ละจังหวัด โดยพิจารณาจากปริมาณข้าวเปลือกที่จำนำไว้กับ ธ.ก.ส.ในปี 2529/30 ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณข้าวที่จำนำตลอดฤดูโดยกลุ่มตัวแปรประกอบด้วย สัดส่วนราคาจำนำต่อราคาตลาด ราคาคาดคะเน และปริมาณผลผลิต ปรากฎว่า เฉพาะสัดส่วนราคาจำนำต่อราคาตลาดและปริมณผลผลิตเท่านั้นที่สามารถอธิบายปริมาณข้าวจำนำได้
  3. ไพโรจน์ โพธิ์พฤกษาวงศ์. 2533. การศึกษาทัศนคติของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษา 1) ทัศนคติของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 2) ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกร 3) ปัญหาและข้อเสนอแนะของเกษตรกร โดยภาพรวมเกษตรกรมีทัศนคติต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในระดับปานกลาง และการศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ พบว่า อายุ การศึกษา การได้รับข่าวสาร ขนาดการถือครองที่ดิน รายได้ การเป็นลูกหนี้และการไม่เป็นลูกหนี้มีความสัมพันธ์กับทัศนคติของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ส่วนปัญหาที่เกษตกรพบคือหลังการไถ่ถอนข้าวแล้วพ่อค้าคนกลางยังคงกดราคาข้าวทำให้ขายได้ในราคาต่ำซึ่งรัฐบาลควรให้ความสนใจในเรื่องนี้
  4. ชูศรี บัวรักษ์. 2539. การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2536/37 วัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณข้าวเปลือกที่เกษตรกรจำนำ รวมถึงการประเมินรายได้เพิ่มจากการจำนำข้าวเปลือก พบว่าตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อปริมาณข้าวเปลือกที่เกษตรกรจำนำ คือ ปริมาณข้าวเปลือกที่เกษตรกรผลิตได้ จำนวนหนี้สินของเกษตรกร และสัดส่วนของราคาจำนำต่อราคาตลาด แต่ตัวแปรที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ ปริมาณข้าวที่เกษตรผลิตได้ ในการประเมินรายได้เพิ่มจากการจำนำข้าวเปลือกสรุปว่าร้อยละ 68.08 ของเกษตรกรที่จำนำข้าวเปลือกได้กำไรจากการจำนำ และได้รับรายได้เพิ่มเฉลี่ยตันละ 303.16 บาท
  5. ธัญญา เลิศเจริญธรรม. 2548. ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของโรงสีในภาคกลาง วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของโรงสีภาคกลาง และเปรียบเทียบการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของโรงสีในภาคกลางตามปัจจัยต่างๆ ผลการวิจัยพบว่าเจ้าของโรงสีในภาคกลางเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2547-48 มีการเข้าร่วมโครงการในระดับสูง และตัวแปรใมนการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีผลต่อการเข้าร่วมโครงการ
  6. ฉัตรชัย ปะมะโต. 2548. แนวทางการปรับปรุงกระบวนการรับจำนำข้าวเปลือกผ่านสสหกรณ์การเกษตร ในเขตภาคกลางของประเทศไทย วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคของกระบวนการรับจำนำข้าวเปลือกผ่านสหกรณ์การเกษตรในเขตภาคกลางตามกระบวนการของรัฐบาล พบว่า กระบวนการรับฝากและรับจำนำข้าวเปลือก กระบวนการไถ่ถอน และกระบวนการเก็บรักษา แปรสภาพข้าวเปลือกของสหกรณ์การเกษตร ยังประสบปัญหาและอุปสรรคในหลายด้าน เช่น หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติที่โรงสีต้องมีการติดตั้งคอมพิวเตอร์ออนไลน์ การแปรสภาพข้าวเปลือก 2 ครั้งต่อวัน การชั่งน้ำหนักและตรวจสอบคุณภาพข้าวไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การดูแลเก็บรักษาและยุ้งฉางที่ใช้เก็บมีสภาพไม่เหมาะสมสหกรณ์การเกษตรขาดเงินหมุนเวียนจึงไม่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ มีผลให้โครงการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
  7. อารย์นุชศรี บังเกิดสุข. 2548. ผลกระทบของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่มีผลต่อตลาดกลางข้าวเปลือก ของสหกรณ์การเกษตร ในจังหวัดลพบุรี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงานตลาดกลางข้าวเปลือกของสหกรณ์การเกษตร โครงการรับจำนำข้าวเปลือก และผลกระทบของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่มีต่อวิถีการตลาดข้าว ตลอดจนผลกระทบของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่มีต่อตลาดกลางข้าวเปลือกของสหกรณ์การเกษตร  ผลการศึกษาพบว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีบทบาทอย่างมากต่อวิถีการตลาดข้าว ในปี 2546/47 ข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำนจะมีปริมาณมากถึงร้อยละ 45 ของปริมาณข้าวเปลือกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2544/45 ร้อยละ 20 ในขณะที่ข้าวเปลือกที่เข้าสู่ตลาดกลางจะมีปริมาณลดลงจากปี 2544/45 ถึงร้อยละ 10
  8. กาญจนา เลิศเจริญธรรม. 2550. ความพึงพอใจของเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเกษตรกรจังหวัดราชบุรีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือก พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกอยู่ในระดับปานกลาง
  9. ทิพา ค้าธัญญะ. 2550. การวิเคราะห์ผลของมาตรการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่มีต่อ การเพิ่มรายได้ของเกษตรกร จังหวัดอ่างทอง วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของเกษตกรในการเข้าร่วมหรือไม้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล และเพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการที่มีต่อรายได้ของเกษตรกรจังหวัดอ่างทอง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าส่วนต่างของราคาระหว่างราคาจำนำและราคาตลาดข้าวเปลือกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการ เช่นเดียวกับปริมาณข้าวเปลือกของเกษตรกร โครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูการผลิตปี 2548/49 ไม่สามารถทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ
  10. นิดา ทองนิตย์. 2551. การวิเคราะห์ผลตอบแทนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2548/49 วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยและผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับจากการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉาง ผลการศึกษาพบว่า ผลตอบแทนจากการจำนำข้าว ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยคือ ราคาข้าวเปลือกที่ขายได้ ระยะเวลาจำนำ และค่าใช้จ่ายการเก็บรักษาข้าวเปลือกที่จำนำ พบว่าผลตอบแทนจะสูงในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และถ้าขายในเดือนมิถุนายน-สิงหาคมผลตอบแทนจะลดลง แต่ถ้าขายในเดือนกันยายน-ตุลาคมผลตอบแทนจะติดลบเพราะราคาจำนำสูงกว่าราคข้าวในตลาด ส่งผลให้เกษตรกรไม่ไถ่ถอนข้าวและเป็นการบังคับให้รัฐบาลต้องรับซื้อข้าวเปลือกไว้ ข้อเสนอแนะ คือ รัฐบาลไม่ควรรับจำนำข้าวเปลือกในราคาที่สูงกว่าราคตลาด เพราะเกษตรกรจะปล่อยให้ข้าวเปลือกหลุดจำนำ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดการกับข้าวเปลือกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก
  11. ดวงพร หรุ่มเรืองวงษ์. 2551. ความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2550 ของโรงสีรุ่งเรืองธัญญพร จังหวัดสุพรรณบุรี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือหนาปรังปี 2550 ของโรงสีรุ่งเรืองธัญพร ผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรในโครงการมีความพึงพอใจในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าระดับความพึงพอใจเรียงจากระดับมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านสถานที่ ด้านลักษณะทางกายภาพ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านกระบวนการ ด้านการบริการของพนักงาน ด้านราคา ตามลำดับ
  12. นิติยา แช่มวงษ์. 2551. ความคาดหวังของเกษตรกรที่มีต่อคุณภาพบริการของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกกับบริษัท โรงสีข้าวอุดมธัญญา จำกัด วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวังของเกษตรกรที่มีต่อคุฯภาพการบริการของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ผลการศึกษาพบว่าความคาดหวังของเกษตรกรที่มีต่อคุณภาพบริการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
  13. จีรณา อินสว่าง. 2552. ปัจจัยที่มีผลต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของเกษตรกร ระดับความสำคัญของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดและปัจจัยที่มีผลต่อเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก พบว่าในส่วนพฤติกรรมกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีจำนวนเนื้อที่การทำนา 31-50 ไร่ ที่นาส่วนใหญ่เป็นของตัวเองและเช่า ทำนาโดยเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี เมื่อไม่มีโครงการเกษตรกรนำข้าวเปลือกไปขายที่โรวสีข้าว ตัวเกษตรกรเองเป็นผู้ตัดสินใจขายข้าวเปลือก ส่วนใหญ่เห็นว่าระยะเวลาที่เหมาะสมในการรับเงินคือหลังจากจำนำข้าว 1 สัปดาห์ เหตุผลสำคัญในการตัดสินใจจำนำข้าวเปลือกคือ ราคาข้าวเปลือก ระดับความสำคัญของปัจจัยประสมทางการตลาด พบว่ากลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดต่อโครงการฯเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านลักษณะทางกายภาพ ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านการจัดจำหน่าย และด้านราคา ตามลำดับ
  14. นงลักษณ์ อุดมพันธ์. 2552. ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551 ในพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางสังคม ลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ลักษณะทางการเปิดรับข่าวสารของเกษตรกร และความคิดเห็นต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2551 พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุมากว่า 60 ปี จบการศึกษาระดับประถม มีสมาชิกในครอบคัว 3-5 คน สมาชิกในครอบครัวเป็นแรงงาน 3-5 คน ขายข้าวปีเพาะปลูก 2550/51 ได้น้อยกว่า 10,000 บาทต่อตัน มีค่าใช้จ่ายในการปลูกน้อยกว่า 6, 000 บาทต่อตัน ส่วนใหญ่เช่าที่ดินปลูก ราคาข้าวเปลือกก่อนเข้าโครงการอยู่ที่ 9,001-10,000 บาทต่อตัน ราคาข้าวเปลือกหลังเข้าโครงการอยู่ที่ 9,001-11,000 บาทต่อตัน เกษตรกรรับรู้เรื่องโครงการรับจำนำข้าวจากสื่อประเภทบุคคล เกษตรกรมีความคิดเห็นด้านบริการอยู่ในระดับมาก ความคิดเห็นด้านผลตอบแทนที่เข้าร่วมโครงการ ด้านนโยบายและด้านระยะเวลาดำเนินการอยู่ในระดับปานกลาง
  15. ฐิติวรรณ อู่แสงทอง. 2553. การประเมินผลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2552 อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาสภาพแวดล้อมของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ระดับความคิดเห็นของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของการประเมินปัจจัยเบื้องต้น และการประเมินกระบวนการ และระดับความพึงพอใจในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของการประเมินโครงการฯ พบว่า การประเมินสภาพแวดล้อมมีความไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย การประเมินปัจจัยเบื้องต้นในภาพรวมเกษตรกรมีระดับความคิดเห็น เห็นด้วย และการประเมินกระบวนการในภาพรวมเกษตรกรมีความคิดห็น เห็นด้วย และการประเมินผลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในภาพรวมเกษตรกรมีระดับความพึงพอใจในระดับมาก
  16. ดุสิต สันติทวีฤกษ์. 2553. การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน โครงการควบคุมทรัพย์จำนำของวงเงินสินเชื่อกู้จำนำสินค้าในกลุ่มลูกค้าโรงสีข้าวของธนาคารพาณิชย์ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนโครงการควบคุมทรัพย์จำนำของวงเงินสินเชื่อเงินกู้จำนำสินค้าในกลุ่มลูกค้าโรงสีข้าวของธนาคารพาณิชย์ ผลวิเคราะห์พบว่าเมื่อคิดมูลค่าปัจจุบันใช้อัตราคิดลดร้อยละ 4.875 ตลอดอายุโครงการ 7 ปีได้มูลค่าปัจจุบันสุมธิของโครงการเท่ากับ 34,234,583.27 บาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุนของโครงการเท่ากับ 1.01 อัตราตอบแทนภายในโครงการร้อยละ 0.20 และผลประโยชน์ที่ไม่ใช่ตัวเงินทั้งด้านผู้ดำเนินโครงการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆที่ได้รับผลประโยชน์ในด้านกฎหมาย ด้านลดความเสี่ยง การบริหารหลักประกัน การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการทั้งการเพิ่มต้นทุน 10% และลดผลประโยชน์ 10% ได้ผลในด้านดีคือไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการมากนัก จากตัวชี้วัดดังกล่าวโครงการนี้มีความเหมาะสมในการลงทุน
  17. วรวรรณ ตั้งถิ่นไท. 2554. การส่งผ่านราคาข้าวหอมมะลิ และผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการส่งผ่านราคาข้าวหอมมะลิจากระดับราคาที่เกษตรกรได้รับ ราคาซื้อหน้าโรงสี ราคาขายส่งกรุงเทพฯ และราคาส่งออก (F.O.B.) รวมถึงศึกษาผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่มีต่อราคาในตลาดระดับต่างๆ ผลการศึกษาด้านการส่งผ่านราคาพบว่า ค่าความยืดหยุ่นของการส่งผ่านราคาที่เกษตรกรได้รับต่อราคารับซื้อหน้าโรงสี เท่ากับ 0.87 ส่วนค่าความยืดหยุ่นของการส่งผ่านราคารับซื้อหน้าโรงสีต่อระดับราคาขายส่งกรุงเทพ เท่ากับ 0.68 และค่าความยืดหยุ่นของการส่งผ่านราคาขายส่งกรุงเทพต่อราคาส่งออก (F.O.B.) เท่ากัย 0.67 สำหรับผลการศึกษาด้านผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก พบว่าหากมีการกำหนดราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาดจะส่งผลให้ระดับราคาที่เกษตรกรได้รับ ราคารับซื้อหน้าโรงสี และราคาขายส่งกรุงเทพสูงขึ้นร้อยละ 0.01 0.04 0.002 บาทต่อตัน ตามลำดับ ทั้งนี้พบว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกไม่มีผลกระทบต่อระดับราคาที่เกษตรกรได้รับและระดับราคาขายส่งกรุงเทพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจากปริมาณการรับจำนำข้าวหอมมะลิในปี 2542-2552 มีเพียงร้อยละ 17 ของผลผลิตข้าวหอมมะลิทั้งหมด โดยมีข้อเสนอแนะว่า นโยบายในการแทรกแซงราคาไม่ก่อประโยชน์เท่าที่ควร ทั้งนี้รัฐบาลควรใช้นโยบายในการส่งเสริมการส่งออก พร้อมกับการรักษามาตรฐานคุณภาพของข้าวหอมมะลิให้ได้มาตรฐานที่ผู้บริโภคต่างประเทศต้องการ
  18. สุจิตรา ดำรงธนสมบัติ. 2556. ความพึงพอใจของเกษตรกรในอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2554/2555 วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเกษตรกรต่อโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2554/55 พบว่าระดับความพึงพอใจของเกษตกรต่อโครงการในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากเป็นอันดับแรกคือ ด้านการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ด้านการรับใบประทวน ด้านการให้บริการของธ.ก.ส. และด้านจุดบริการรับจำนำข้าว

สรุปเนื้อหางานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก จำนวน 18 เรื่อง ได้ดังนี้

  • ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก คือ ราคาตลาด ราคารับจำนำ ปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาด ช่วงเวลาการรับจำนำ อัตราดอกเบี้ยที่ชาวนาต้องชำระ และต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าเช่าคลังสินค้า
  • โครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีผลกระทบกับวิถีการตลาดข้าว และตลาดกลางค้าข้าว
  • เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับปานกลางถึงมาก

 

บรรณานุกรม

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร. 2556. ข้าวเพื่อชีวิต, กรุงเทพฯ : ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร. 77 หน้า.

สมพร อิศวิลานนท์. 2553. ข้าวไทย : การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการผลิตและช่องทางการกระจาย, กรุงเทพฯ : สถาบันคลังสมองของชาติ. 103 หน้า.



[1] นักเอกสารสนเทศ ชำนาญการพิเศษ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ku library,kulc,kasetsart university,สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์,ห้อง สมุดมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์,ห้องสมุด ม.เกษตร,ห้องสมุดเกษตร

Comments are closed.